วันศุกร์, 7 สิงหาคม 2563

เผยผู้ต้องสงสัย ทำร้าย น้องชมพู่ กลางป่า หลังเจอศพหายตัวไปแล้ว

15 พ.ค. 2020
1148

จากกรณีการหายตัวไปของ ด.ญ.อรวรรณ วงศ์ศรีชา หรือ น้องชมพู่ อายุ 3 ปี สูญหายจากบ้านพักพัก หมู่ 2 บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร โดยหายไปตั้งแต่ 11 พ.ค.63 จนช่วงค่ำของวันที่ 14 พ.ค.63

ล่าสุด ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี รายงานว่า ได้เดินเท้าพร้อมกับเจ้าหน้าที่จำนวน 20 นาย โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. มาถึงบริเวณยอดภูเหล็กไฟ จ.มุกดาหาร ในเวลาประมาณ 18.50 น. ซึ่งเขาลูกนี้อยู่ทางด้านหลังบ้านน้องชมพู่ ซึ่งเป็นทิศตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่บ้าน

เมื่อมาถึงยอดเขา ห่างจากบ้านน้องชมพู่ประมาณ 4 กม. ก็พบศพของน้องชมพู่ ผู้ที่พบศพคนแรกคือนายพล น้องเขยของแม่น้องชมพู่ และร้องห่มร้องไห้ที่ได้เห็นสภาพศพของหลานสาว ในลักษณะเปลือยกาย ขา 2 ข้างแยกออกจากกัน ดวงตาเบิกโพลง เพิ่งจะเสียชีวิต ศพไม่ส่งกลิ่นเหม็น และยังไม่ขึ้นอืด

จากการสังเกตเบื้องต้นพบแค่รอยขีดข่วนที่ขาทั้งสองข้าง และยังไม่พบบาดแผล นอนอยู่บนพื้นดิน ห่างออกไปทางด้านขวามือของศพ ประมาณ 4 เมตร พบรองเท้าสีฟ้าดังกล่าว ซึ่งอยู่ในซอกหิน และถัดจากจุดที่พบรองเท้าถัดออกไปอีก 4 เมตร พบกางเกงขาสั้นลายการ์ตูนสีแดงอยู่ในกอหญ้า และข้าง ๆ กันประมาณ 30 ซม. พบว่าพื้นดินตรงนี้มีร่องรอยของคนนอนคล้ายกับอยู่อาศัยมาก่อน เป็นพื้นดินที่อยู่ใต้ก้อนหินขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่ามีชายในหมู่บ้านอายุ 30 ปี นำน้องมาข่มขืน เพราะชายคนดังกล่าวได้หายตัวออกไปจากหมู่บ้านไปตั้งแต่น้องชมพู่หายตัว ประกอบกับกับสภาพศพน้องชมพู่ มีลักษณะเปลือยกาย และชายคนดังกล่าวรู้จักเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านเป็นอย่างดี และตรวจสอบรัศมีรอบบ้าน เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงที่อาจจะเกี่ยวข้องกับคดีทั้งหมด

ขณะที่นายพล น้องเขยของแม่น้องชมพู่ ได้พบศพเป็นคนแรก เปิดเผยว่า พูดไม่ออก ดูศพแล้วก็รู้เลยว่าเป็นหลานตัวเอง จากสภาพศพที่เห็นคาดว่า น้องคงทรมานมาก บอบช้ำมาก คิดว่าเสียชีวิตเพราะขาดน้ำด้วย เชื่อว่ามีคนพาหลานมายังจุดเกิดเหตุ แต่ยังบอกไม่ได้ เนื่องจากที่ผ่านมา 2-3 วันที่เกิดเหตุการณ์ พยายามตีวงให้แคบลง คงไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์แล้ว แต่เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์

ขณะเดียวกัน พ่อแม่เด็กได้มาปรึกษาว่า สงสัยอยู่ 2 คน แต่ไม่มีหลักฐาน ยังระบุชื่อไม่ได้ มีมูลเหตุจูงใจที่อาจทำให้ทั้ง 2 คนไม่พอใจ คงจะคับแค้นใจมานาน คงหาโอกาส ปมปัญหาที่ทะเลาะกันก่อนหน้านี้ เกิดขึ้นไม่นาน เป็นเรื่องบาดหมางเล็ก ๆ น้อย ๆ คงจะเก็บสะสมไว้ ซึ่งบอกได้เพียงว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นคนในหมู่บ้าน

หากทำจริง “ไม่ใช่คนแล้ว” ทำไมไม่คุยกันดี ๆ คนในหมู่บ้านนี้ อยู่กันแบบพี่แบบน้อง มีปัญหาก็ควรเรียกผู้ใหญ่มาเจรจากัน ผู้ต้องสงสัย คนแรกที่สงสัยไม่ได้มากับทีมที่ค้นหา ไม่ค่อยอยู่บ้าน ชอบอยู่ไร่อยู่สวน ส่วนคนที่ 2 เห็นหน้ากันทุกวัน ในใจลึก ๆ คิดว่าต้องมีคนพาหลานขึ้นมา บนภูเขาสูงแบบนี้ ไม่มีทางที่จะขึ้นมาเองได้

ขอบคุณ ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี